มันผ่านไปเเล้ว

อีกแล้วกับ การสอบ mid term

เหมือนครั้งนี้ไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนที่ผ่านมา

อ่านหนังสือก็ไม่ได้เยอะอะไร ทั้งๆที่เนื้อหาเยอะกว่า



7 เดือน
เเล้วนะ ที่เริ่มใช้ชีวิตนักศึกษา

7 เดือน ที่ ห่างบ้านมาอยู่หอ

7 เดือน ที่มาเรียนหมอ อยู่ท่ามกลางนศพ คนไข้ โรงพยาบาล ฯลฯ

มันก็ได้เห็น ได้เข้าใจอะไรมากขึ้น

จากที่เราเป็นเเค่ลูกหมอ หลานหมอ น้องหมอ เย้ย

(ตระกูลข้าพเจ้ามีเเพทย์ 8 ชีวิตค่ะ)



แต่เราแค่เด็กปีหนึ่ง


ความจริงก็ยังไม่ได้สัมผัสคนไข้หรอก

แต่มันก็ได้เดินเข้าโรงบาลบ้างละน่า


ไปด้วย หน้าที่ บ้าง

ไปด้วย เพราะ ไปกดตังค์ บ้าง เอิ๊กๆ อันนี้บ่อย

เห็นคนไข้เค้ามาโรงบาลแล้วก็ ... อืม ชีวิตนี่มันยากเนาะ

จะอยู่อย่างไม่เจ็บป่วยเลยก็ไม่มีหรอก

แม้แต่หมอก็๋ยังไม่สบาย พี่ปีสูงเห็นใส่กาวน์ยังงั้นก็ยังปิดปลาสเตอร์บ้าง

ใส่เฝือกบ้าง  ใช้ไม้ค้ำเดิน....

เห็นเเล้วก็ ขำๆ  หมอ เจ็บเอง เเฮะ

ขาดเรียนก็ไม่ได้....



เรียนเเพทย์นี่มันหนักจริงๆ

แต่ก็เเปลก

เรียนๆไป หน้าตาดีขึ้นๆ


มันดูมี "อะไร"  ให้มอง ให้นับถือ ยังไงไม่รุ

อันนี้รู้สึกจะมีมากขึ้น เมื่อชั้นปีสูงขึ้น

อันนี้ใช้สายตาตัวเองมอง ตัดสินนะ

เพื่อนๆจะว่าไงไม่รุสิ

แต่เราชอบสังเกต มองรุ่นพี่

จนเหมือนรับรู้คลื่นอารมณ์ยังไงไม่รู้

คือ ช่วงที่ใกล้ๆสอบ ที่โรงอาหาร ซึ่งเป็นเเหล่งรวมของทุกชั้นปี

มันจะเเนววุ่นๆ ไงไม่รู้ เหมือนมีเสียงยงบินรอบๆหัว

จังหวะชีวิตของเเต่ละคนจะรีบๆ เร่งๆ

เหมือนเพลงrock หรือ เสียงดนตรีเร่งๆ ไวโอลินสีเร็วๆ

(ช่วงใกล้สอบลงกองเนี้ย
ถ้าดึกๆ เที่ยงคืน ตีหนึ่ง
ไฟห้องนอนหอเเพทย์จะเปิดอย่างอลังการมาก
ฮ่าๆ อันนี้ พอดีเราอยู่หอกับพี่ปีสูง
เเล้วลงมานั่งเล่นข้างล่าง มองขึ้นไป
พระเจ้าาาา เปิดไฟกันทุกห้อง สว่างไสว
)



แต่พอสอบเสร็จ



เหมือนโมเลกลอากาศรอบๆมันจะเบาๆ สบายๆ

กลายเป็นเพลงคลาสสิก

ทุกคนดู มีรัศมีบางอย่างแผ่ออกมา

เเต่เป็นความรู้สึก สบายๆ



เริ่มต้นเทอมสองเนี่ยเหมือนเข้าใกล้คำว่า หมอ มากขึ้น

เพราะได้ small group คือเรียนจาก เคส

ให้ประวัติ ตรวจร่างกายคนไข้มา

เเล้วก็มาถก กันว่า น่าจะเป็นอะไร

พยาธิสภาพ ตรงไหน จะให้การรักษายังไง

คำแนะนำอื่นๆให้คนไข้ในการดูเเลตัวเอง

ก็สนกดีนะ ตอนทำกลุ่มย่อย


ต่ที่เครียดคือสอบเนี่ยเเหละ


รู้แต่ว่า จับเวลา กรึ๊งงๆ

จบเเต่ละข้อ เก็บลงซอง

เริ่มข้อใหม่ ซึ่งโจทย์ของข้อใหม่ก็จะเป็นส่วนนึงของคำตอบข้อที่เเล้ว

เห็นเลยว่า อดีตผิดพลาดดดด ฮ่าๆๆ

อาจจะเเอบกรี๊ดดด

ก็เครียดดดๆว่าจะทำได้ไม๊ จับเวลาข้อละ 5 นาที 7นาที...

อีกอย่าง หลักสูตรเดิม พี่ๆ เค้าเริ่มเรียนเเบบนี้ตอนปีสอง

สอบ MEQ ก็ จะมีแต่มีตอน final



นี่เรา  ปี หนึ่ง midterm มี MEQ เเล้ว

พี่รูมเมทยังตกใจว่า "ทำไมเค้าให้สอบเเต่เด็กจัง"

555 ขำคำพูดพี่เค้า



แต่พอสอบเเล้ว MEQ ก็ผ่านไปด้วยดี

บางข้อเเทบจะคิดออกนาทีท้ายๆ มันตื่นเต้นง่ะ

^O^"

สอบคราวนี้เครียด  เครียดจน PU attack ง่ะ

สอบ final คราวก่อน เครียดเเล้ว กินไม่ลง

เเต่คราวนี้กินเเหลก ฮ่าๆ

กินไม่อิ่ม ซักที เหออะๆ เเล้วก็ hypoglycemia อีก ขนาดกินข้่าว

งงตัวเอง

แต่อ่านชีทไปก็เจอ stress ทำให้ metabolic rate สูงขึ้น

แต่ร่างกายสามารถไม่รักษาระดับ blood glucose อะไรไม่รุ


เออ อ่านไม่จบ เเต่เข้าไปนั่ง คุ้นๆ ---->ก า
เหอๆๆ ข้อสอบกา เเต่ 5 choice เเล้ว
คุ้นหมดเลย ตัด choice ไม่ออก อยากจะกรี๊ดดด
รุเเล้วว่าต้อง เป้ะ
รุ้เลยว่า กิน sheet มันเป็นยังไง


เเล้วจะไม่ทำงี้อีกเเล้วววว

สำนึกได้ว่า  เราเรียนเกี่ยวกับชีวิตคนนะเว่ย

จะมานั่งขี้เกียจ อ่านหนังสือน้อยๆ

ทำข้อสอบพอผ่านๆ  จะดีเหรอ??

ถึงเราจะไม่ได้อยากเข้ามาเรียนวิชาชีพนี้

แต่เมื่อได้เข้ามาเเล้ว ก็ควรจะทำให้ดีที่สุดสิ

ต้องทำให้ได้





ปีใหม่นี้

ขออย่างเดียว
ให้ความขี้เกียจจจมันหลุดออกไปที

เจอกัน GEN2!!
med 37th KKU !! fight !!!!!!

edit @ 29 Dec 2009 13:40:25 by parnjai

edit @ 29 Dec 2009 13:44:35 by parnjai

Comment

Comment:

Tweet

สองคำ สู้โว้ย!!

#3 By ~[P]ep[P]er[M]in[T]~ on 2010-01-08 15:45

สวัสดีปีใหม่ ว่าที่คุณหมอ

เป็นหมอนี่เหนื่อยหนักจริงๆ สู้ๆ

#2 By wesong on 2009-12-29 14:50

ผู้คนแวดล้อมเป็นหมอกันหลายคน คงพอช่วยให้คลายความกังวลลงได้บ้าง

พี่เชื่อว่า คำแนะนำที่ดีหลายๆ ข้อ น้องคงได้รับจากญาติผู้ใหญ่หลายต่อหลายครั้ง แต่ละท่านอาจมีมุมมองที่ต่างกันไป ขึ้นกับความสนใจเฉพาะด้าน สัมพันธ์อยู่กับสาขางานที่ท่านทำ

แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคำแนะนำเหล่านั้น คือน้องถือเอามาเป็นแนวทางเบื้องต้น เพื่อที่น้องจะได้ค้นหาเส้นทางของตัวน้องเอง ระยะเวลาไม่ถึง 6 ปีที่เหลืออาจดูเหมือนยาวนาน แต่ก็สั้นเพียงลมหายใจ หากน้องสามารถค้นหาตัวตนที่แท้ของน้องได้ น้องก็จะมีความสุขตลอดเส้นทางนั้น

เป็นกำลังใจครับ

#1 By รัตนาดิศร on 2009-12-29 13:50